ปัญหาที่ IsHealth แก้ได้ — เพราะ HIS กับ CRM อยู่ในระบบเดียวกัน
ปัญหาที่ทำให้โรงพยาบาลเสียเวลาและเสียลูกค้ามากที่สุด ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ระบบไหนระบบหนึ่งพัง แต่อยู่ที่รอยต่อระหว่างระบบ — ฝั่งการรักษามีข้อมูลชุดหนึ่ง ฝั่งการสื่อสารกับผู้ป่วยมีอีกชุดหนึ่ง และสองชุดนั้นไม่เคยคุยกัน
IsHealth รวม HIS กับ CRM ไว้บน data layer เดียวกัน จึงแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ที่ต้นเหตุ แทนที่จะแก้ทีละระบบแล้วต่อกันทีหลัง
ไม่ต้องทิ้ง HIS เดิม — IsHealth ทำงานร่วมกับ HIS ที่คุณใช้อยู่ได้ทันที หรือจะใช้แทนระบบหลักก็ได้ ขึ้นกับบริบทของคุณ
ด้านล่างคือ 14 โจทย์จริงที่เราเจอซ้ำๆ จากการทำงานกับโรงพยาบาลและคลินิกเฉพาะทาง จัดกลุ่มตามว่าอยู่ฝั่งไหนของระบบ
ฝั่ง HIS — งานหลังบ้านที่พลาดไม่ได้
นี่คือฐานที่ทุกอย่างวางอยู่ ถ้าชั้นนี้ไม่แม่น ทุกอย่างที่สร้างต่อจากมันก็ไม่แม่นตาม
ปัญหาการลงบันทึกข้อมูลและคำสั่งแพทย์
เวลาของแพทย์คือหนึ่งในทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในการดำเนินงานของโรงพยาบาล ทุกนาทีที่หมดไปกับการป้อนข้อมูล สั่งยา สั่ง Lab หรือสั่งหัตถการ คือต้นทุนการบริการที่สูงขึ้นและการดูแลผู้ป่วยที่ล่าช้าลง
ปัญหาการลงบันทึกและการเข้าถึงข้อมูลในหอผู้ป่วยใน
ข้อมูลผู้ป่วยในมักกระจัดกระจายอยู่ในหลายระบบ หรือจัดเก็บในรูปแบบที่เข้าถึงยาก ทำให้แพทย์และพยาบาลเสียเวลาไปกับการค้นหาข้อมูล แทนที่จะได้ใช้เวลานั้นกับผู้ป่วย
ปัญหาการซักประวัติยาผู้ป่วยและการสั่งยา
ผู้ป่วยต้องเล่าประวัติยาเดิมซ้ำทุกครั้งที่มา บางคนจำชื่อยาไม่ได้ บางคนถ่ายรูปซองยามาให้ดู เภสัชกรจึงต้องประกอบภาพจากข้อมูลที่ไม่ครบ ซึ่งเป็นต้นทางของความเสี่ยงเรื่องยาตีกันและการสั่งยาซ้ำซ้อน
ปัญหาการบริหารยาผู้ป่วยใน
การบริหารยาผู้ป่วยในเป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนที่สุดขั้นตอนหนึ่งในหอผู้ป่วย หากไม่มีระบบช่วยติดตามและควบคุม ความคลาดเคลื่อนอย่างการให้ยาผิดเวลาหรือผิดคนเกิดขึ้นได้เสมอ
ปัญหาการให้คำปรึกษาด้านยาเมื่อจำหน่ายผู้ป่วยกลับบ้าน
ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านโดยไม่เข้าใจวิธีการใช้ยาอย่างถูกต้อง ทำให้ใช้ยาไม่ครบ ใช้ผิดเวลา หรือหยุดยาเอง — และคำแนะนำที่ได้รับมักเป็นเอกสารกลางที่แจกเหมือนกันทุกคน ไม่ใช่ยาที่เขาได้รับจริง
ปัญหาการจัดการสต๊อกยาและเวชภัณฑ์
ของขาด ของหมดอายุ และของล้นสต๊อก ทั้งสามอย่างมาจากสาเหตุเดียวกัน คือไม่มีภาพสต๊อกที่ตรงกับความเป็นจริง ณ เวลานั้น
ปัญหาการควบคุมค่าใช้จ่ายการทำหัตถการหรือการผ่าตัด
ต้นทุนของการทำหัตถการหรือการผ่าตัดมักบานปลายจากการควบคุมวัสดุและอุปกรณ์ที่ไม่รัดกุม และส่วนใหญ่กว่าจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อปิดงบประจำเดือนไปแล้ว
ปัญหาการทำ booking ผ่าตัด
การจองห้องผ่าตัดต้องประสานหลายฝ่ายพร้อมกัน ทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัด หากไม่มีระบบกลาง การจองซ้ำซ้อนและห้องผ่าตัดที่ว่างโดยเปล่าประโยชน์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประจำ
ปัญหาการจองห้องพักผู้ป่วยใน
เมื่อต้อง admit ผู้ป่วย การหาห้องพักที่เหมาะสมกับอาการและว่างพร้อมใช้งานจริง มักกลายเป็นการโทรถามกันหลายรอบระหว่างหอผู้ป่วยกับเวชระเบียน
ฝั่ง CRM — ทุกการสื่อสารมาจากสถานะการรักษาจริง
นี่คือทุกอย่างที่ผู้ป่วยสัมผัสได้ และเป็นจุดที่เขาตัดสินว่าโรงพยาบาลนี้รู้จักเขาจริงหรือเปล่า จุดต่างของ IsHealth คือข้อความทุกข้อความที่ส่งออกไป มาจากสถานะการรักษาจริงของคนคนนั้น ไม่ใช่การเดาจากพฤติกรรมคลิกแบบ CRM ทั่วไป
ปัญหาการทำนัด แจ้งเตือน ยืนยันนัดหมาย และจัดตารางออกตรวจแพทย์
การนัดหมายเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งการดูแลผู้ป่วยและรายได้ของโรงพยาบาล แต่กลับเป็นงานที่มีรายละเอียดยิบย่อยมากที่สุด และใช้ทรัพยากรบุคคลในการประสานงานมากที่สุดงานหนึ่ง
ปัญหาการรอคิวพบแพทย์
การรอคิวเป็นส่วนที่ผู้ป่วยจำได้แม่นที่สุดจากการมาโรงพยาบาล ระยะเวลารอที่ยาวนานเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยยกเลิกนัด หรือเปลี่ยนไปใช้บริการที่อื่น
ปัญหาการชำระค่ารักษาพยาบาล
กระบวนการชำระเงินที่ซับซ้อนและการรอคิวที่ยาวนาน เป็นสาเหตุหลักของความไม่พึงพอใจสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว และมันคือขั้นตอนสุดท้ายก่อนกลับบ้าน — ความรู้สึกตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่เขาเอากลับไปด้วย
ปัญหาการพิมพ์เอกสารให้ผู้ป่วย
ใบรับรองแพทย์ สรุปค่าใช้จ่าย รายงานผลตรวจสุขภาพ หรือประวัติการรักษา ล้วนเป็นเอกสารที่ต้องผ่านมือเจ้าหน้าที่หลายขั้นตอนกว่าจะถึงมือผู้ป่วย ทั้งที่ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในระบบอยู่แล้ว
ปัญหาการให้คำปรึกษาผู้ป่วยพักฟื้นอยู่บ้าน
หลังจำหน่าย ผู้ป่วยยังมีคำถามเกี่ยวกับอาการ ยา หรือการดูแลตัวเอง แต่ไม่รู้จะสอบถามใคร บางคนจึงกลับมาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น และบางคนไม่กลับมาทั้งที่ควรกลับ
ทำไมเราถึงแบ่งปัญหาเป็นสองฝั่ง
เพราะนี่คือวิธีที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ซื้อระบบจริงๆ — ซื้อ HIS จาก vendor หนึ่งมาแก้กลุ่มแรก แล้วซื้อหรือสร้าง CRM หรือแอปผู้ป่วยจากอีกเจ้าหนึ่งมาแก้กลุ่มที่สอง สองระบบต่างคนต่างอยู่ ต่อกันเองทีหลังผ่าน integration หรือบางที่ก็ไม่ได้ต่อกันเลย
แต่ถ้าไล่ดูทีละข้อจะเห็นว่า หลายข้อในสองกลุ่มนี้แก้ได้ดีจริงก็ต่อเมื่อมันเอื้อมไปหาอีกฝั่งได้
การให้คำปรึกษาด้านยาเมื่อจำหน่ายกลับบ้าน เป็นงานฝั่ง HIS เต็มตัว เภสัชกรทำงานจากใบสั่งยาจริง แต่ปลายทางของงานนี้อยู่บนมือถือของผู้ป่วย ถ้าสองฝั่งเป็นคนละระบบ สิ่งที่ผู้ป่วยได้รับจะกลายเป็นเอกสารกลางที่แจกเหมือนกันทุกคน ไม่ใช่ยาที่เขาได้รับจริง
การซักประวัติยา เป็นงานของเภสัชกร แต่คนที่มีข้อมูลดีที่สุดคือผู้ป่วยเอง และเขาจะให้ข้อมูลนั้นได้ก็ต่อเมื่อมีช่องทางฝั่ง CRM ให้เขากรอกมาก่อนถึงโรงพยาบาล
การให้คำปรึกษาผู้ป่วยพักฟื้นอยู่บ้าน เป็นงานฝั่ง CRM เต็มตัว แต่การจะรู้ว่าควรส่งอะไรให้ใครเมื่อไหร่ ต้องรู้ว่าเขาผ่าตัดอะไร วันไหน และอยู่ในระยะฟื้นตัวไหน ซึ่งเป็นข้อมูลฝั่ง HIS ล้วนๆ
นี่คือจุดที่ integration แบบเดิมทำได้ไม่ดีเท่า เพราะยังมี lag ยังมีจุดที่ข้อมูลตกหล่นระหว่างทาง และทุกครั้งที่อยากทำอะไรใหม่ ก็กลายเป็นโปรเจกต์เชื่อมระบบอีกรอบ ไม่ใช่แค่การตั้งค่า
IsHealth ไม่ใช่ HIS ที่ต่อกับ CRM ผ่าน API ข้างนอก แต่เป็นระบบเดียวที่มี data layer เดียวกันตั้งแต่ต้น สิทธิ์การเข้าถึงแยกกันชัดเจนตาม role — บุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงฝั่ง HIS ได้เต็มรูปแบบ ทีมการตลาดหรือ CX เห็นเฉพาะฝั่ง CRM ไม่เห็นข้อมูลคลินิกเชิงลึก — แต่เบื้องหลัง ข้อมูลเชื่อมกันเป็นเนื้อเดียว
ระบบที่สถาบันระดับนี้ไว้วางใจให้ดูแลงานหลังบ้านที่พลาดไม่ได้
- หนึ่งในเครือโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ใช้ IsHealth ขับเคลื่อนแอปผู้ป่วยเกือบ 20 แห่ง
- ระบบมาตรฐาน JCI ของคณะแพทยศาสตร์
- ระบบดูแลแบบ lifestyle-based ของศูนย์การแพทย์ Longevity
- electronic dental form ของสถาบันทันตกรรม
- ระบบ workflow สำหรับหัตถการของโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
พร้อมปิดรอยต่อในโรงพยาบาลคุณแล้วหรือยัง?
ไม่ว่าคุณจะมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนสำหรับโมเดลธุรกิจใหม่ หรือเพิ่งเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เราพร้อมสนับสนุนการเดินทางของคุณ
เริ่มต้นการสนทนา — ปรึกษากับทีมของเราเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับเป้าหมายเฉพาะขององค์กรคุณ
Email: contact@morishealth.com
